| khon's profileโลกอาจไม่กลมPhotosBlogLists | Help |
|
November, 2005 หยุดสิ่งที่ท่านทำอยู่ทันที![]()
...วิธีทำสมาธิง่ายๆแบบท่านโอโช วิธีที่หนึ่งคือ ให้ท่านหยุดสิ่งที่ท่านทำอยู่ทันที เมื่อเริ่มรู้สึกว่าไม่มีความสุขที่จะทำมันต่อไปอีกแล้ว เมื่อไหร่ที่รู้สึกว่าต้องทนทำอยู่ เมื่อนั้นให้หยุดทำ อย่าฝืนทำต่อ เช่นเมื่อดูหนังอยู่แล้วพบว่าไม่สนุก แม้จะไม่ถึงตอนจบก็ควรเลิกดูเสีย อ่านหนังสืออยู่แล้วไม่สนุกเอาเสียเลย ก็ควรเลิกตั้งแต่ตอนรู้ตัว กินอาหารอยู่แล้วเริ่มรู้สึกว่าไม่อยากกิน ก็ควรรีบหยุด อย่าได้ไปสงสารชาวนาหรือคนครัว ถ้ากำลังคุยกับเพื่อนอยู่แล้วรู้สึกว่าไม่เข้าท่า ก็ควรหยุดเช่นเดียวกัน
วิธีนี้ฟังแล้วโหดร้ายอยู่ โดยเฉพาะเมื่อต้องมีบุคคลที่สามเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่ท่านโอโชยืนยันว่าเมื่อท่านลองทำ และทำจนเป็นนิสัย ท่านจะเริ่มเรียนรู้ความสุขของชีวิต เพราะทุกสิ่งที่ท่านทำอยู่จะเป็นสิ่งที่ท่านต้องการทำจริงๆเท่านั้น ไม่ใช่สิ่งที่ท่านฝืนทำไปเพื่อรักษามารยาทหรือหน้าตาในสังคม คนเราเมื่อได้ทำเฉพาะสิ่งที่อยากทำ ชีวิตก็จะเริ่มเป็นสุข เมื่อท่านพบความสุขทุกขณะ ท่านก็จะเริ่มเติบโตขึ้น และรู้จักตัวเองมากขึ้น ว่าจริงๆแล้วต้องการอะไร อยากทำอะไร เมื่อนั้นท่านก็จะสามารถกำหนดทิศทางของชีวิตได้ชัดเจน ไม่หลงตามกระแส สิ่งแวดล้อม ที่คอยบงการและครอบงำท่านอยู่ ทั้งโดยรู้ตัวและไม่รู้ตัว...
อีกวิธีหนึ่ง ง่ายกว่าวิธีแรก ท่านสามารถปฎิบัติที่ไหนก็ได้ ขอเพียงท่านกำหนดจิตให้สงบ แล้วคิดว่าตัวเองได้ตายจากโลกนี้ไปแล้ว เหลือแต่เพียงวิญญานที่กำลังนั่งดูการเคลื่อนไหวของโลกนี้อยู่ ถ้าท่านอยู่ในที่ทำงาน ท่านก็จะเห็นว่าทุกสิ่งทุกอย่าง ดำเนินไปได้อย่างเป็นปกติโดยปราศจากท่าน การตายของท่านไม่ได้มีความหมายอะไรต่อโลกมากนัก...
อ่านมาจาก > Typhoon Cafe - ละอองฝุ่นในสายฝน (12 ความเรียง) - ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา
ก่อนอื่นต้องขอบอกก่อนนะครับว่า ผมได้อ่านจากที่คุณภิญโญแกเขียนไว้ โดยที่ผมยังไม่ได้อ่านจากต้นฉบับเต็มๆที่ท่านโอโชว่าไว้ อาจทำให้ข้อมูลที่ส่งไปผิดเพี้ยนไปได้บ้าง เดี๋ยวท่านโอโชและคุณภิญโญจะมาเคืองผมได้.. (อย่าเลยนะ ทั้ง 2 ท่าน)
อ่านครั้งแรกผมก็ทะแม่งๆเหมือนกันนะครับ คล้ายๆกับว่าให้เราทำไรตามใจตัวเองมากเกินไปรึเปล่า แต่ลองอ่านดูอีกที คิดอีกสองที กลับรู้สึกว่า เค้าพูดถูกแล้วนะครับ เรื่องของเรื่องคือเราควรจะทำสิ่งใดด้วยความรู้สึกที่ดีๆและมีความสุขนะครับ ถ้าไม่มี หรือไม่ใช่ก็ให้หยุดกิจกรรมนั้น ลองนึกภาพดูนะครับ แม่ที่กำลังเลี้ยงลูกอยู่ด้วยความไม่สนุกและเบื่อ ครูที่กำลังสอนหนังสืออย่างซังกะตาย ยามที่กำลังเบื่อหน่ายกะชีวิตยามๆ พนักงานออฟฟิศที่ดูนาฬิกาเพื่อที่จะเลิกงานทั้งวัน..
ดูเป็นภาพที่เราอาเห็นจนชินตานะครับ ด้วยอะไรหลายๆสาเหตตามแต่มนุษย์จะยกมาเป็นเหตเป็นผลกัน ผมว่าสิ่งที่น่าสนใจคือ เราอย่าเพิ่งคิดว่าคำสอนแบบนี้เป็นการยุยงให้คนเห็นแก่ตัว หรือให้โลกเลวร้ายนะครับ ลองมองอีกมุมผมว่าท่านอาจหมายถึงให้เราทำทุกๆกิจกรรมด้วยความรัก ทำด้วยใจที่เป็นสุขนะครับ โดยส่วนตัวผมชอบคำพูดทำนองนี้ คำพูดที่ฟังดูขัดแย้ง และไม่น่าจะดี แต่มองอีกทีผมว่านี่แหละใช่สุดๆแล้ว การหยุดของเรา เป็นการหยุดเพื่อคิด เพื่อทำความเข้าใจนะครับ ไม่งั้นเราจะหาความสุขได้ยากนะครับ ถ้าเราทำอะไรๆ ไปเรื่อยๆ เพราะกลัวคนไม่ยอมรับ เกรงผู้หลักผู้ใหญ่ หรืออยากมี อยากเป็นตามคนอื่นไปเรื่อยๆ
แต่ก็นั่นแหละตัวหนังสือก็คือตัวหนังสือ คำพูดก็คือคำพูด เราอย่าเพิ่งเชื่อ หรือไม่เชื่อ อันนั้นไม่ใช่วิธีคิดนะครับ ผมว่าแค่เราได้อ่าน ได้คิด และได้วิเคราะห์กัน
เพียงเท่านี้ก็โอแล้วคับ สำหรับสังคมสเปชแห่งนี้..
(แหวะให้ตัวเอง 1 ที ที่ทำเป็นมีสาระและทำเสียงหล่อเกินเหตุ)
Comments (48)
TrackbacksThe trackback URL for this entry is: http://khonkrub.spaces.live.com/blog/cns!D28D937058C32F93!1669.trak Weblogs that reference this entry
|
|
|